~069~Diary~คำพูด ความคิด และจิตปรุงแต่ง
posted on 24 Jul 2010 00:24 by reborn169 in Diary
คำเตือน เอนทรี่นี้มีแต่ตัวหนังสือ แถมจขบ.ยังเขียนวกไปวนมา
ใครเบื่อๆก็ข้ามๆไป หรือไม่ก็ปิดหน้าต่างไปเลยก็ได้
แต่ถ้ามีคนอ่านจบ แถมคอมเม้นแนะนำอีกจะรักมากเลยนะจ๊ะ จุ๊บุๆ
จริงๆก็ไม่รู้ว่าจะมาเขียนเรื่องแบบนี้ลงบลอคทำไม
เพราะมันก็เป็นเรื่องเกือบจะส่วนตัว อีกอย่าง คนเค้าไม่ชอบอ่านกันด้วย
แต่ว่าตอนนี้เรนอยากได้ความเห็นและคำแนะนำจากคนอื่นๆบ้าง
เรื่องมันมีอยู่ว่า ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมานี้
กลุ่มเพื่อนเรนที่สนิทๆกันนั้น มีเรื่องระหองระแหงกันตลอด
ไม่เรื่องเรียน หรือเรื่องผู้ชาย แต่มันเป็นเรื่องของคำพูด
ถ้าใครอ่านโฮลิคคงจะพอจำได้เกี่ยวกับเรื่องของคำพูด
ที่มันสามารถทำให้เกิดทั้งผลดี และผลร้ายต่อผู้พูดและผู้ฟังได้
คนเราเมื่อจะพูดอะไรออกมา บางคนคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว
บางคิดไม่คิดอะไรเลยสักแต่จะพูด และบางคนพูดโดยเอาต้วเองเป็นที่ตั้ง
พูดโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้งเกือบจะเหมือนพูดโดยไม่คิดอะไร แต่ต่างกันตรงที่ว่า
คนพูดมักคิดว่าเมื่อพูดแล้วผู้ฟังคงไม่คิดอะไรหรอก ประเด็นมันอยู่ตรงนี้
เนื่องจากเรนก็เป็นคนพูดตรงๆ บางครั้งก็เป็นพูดโดยไม่คิด
และหลายครั้งเลยที่พูดอะไรแรงๆกับเพื่อนออกไป โดยที่คิดว่าเพื่อนคงไม่คิดอะไรหรอก
แต่มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นนะสิ บ่อยครั้งที่เพื่อนเรนจะโกรธถึงขนาดไม่พูดกันเลย
หรือในบางครั้งที่เรนหลุดพูดอะไรไป แล้วมาสำนึกได้ทีหลัง(หรือไม่ก็เพื่อนมาเตือน)
ว่าตะกี้พูดแรงไปป่าววะ ขอโทษมันดีมั้ยเนี่ย
ตอนแรกๆไม่กล้าถาม แต่พอรวบรวมความกล้าถามไป
เพื่อนบางคนบอก "เค้าก็สะอึกเหมือนกัน" เพื่อนบางคนบอก"เค้าไม่คิดอะไรหรอก"
หลังๆมานี้เรนเลยพยายามคิดถึงใจเพื่อนให้มากขึ้นก่อนจะพูดอะไร
หรือไม่ก็ไม่พูดเลยในบางครั้ง แต่ตอนนี้โรคพูดตรงของเรนก็ยังไม่หายขาดหรอกนะ - -
อีกเรื่องคือความคิด สองเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกันมากโดยที่เราอาจนึกไม่ถึง
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า"จิตปรุงแต่ง" ตามที่เรนเข้าใจ(จากที่พ่อเคยสอน)คือ
การที่จิตใจคนเราเอาแต่คิดอะไรต่างๆ จากสิ่งนั้น สิ่งนี้ จนอาจทำให้เกิดการอุปทานได้
คนเรานั้นคิดมากน้อยไม่เหมือนกัน บางคนถือเรื่องคำหยาบคาย บางคนถือเรื่องมารยาท
บางคนถือเรื่องพ่อแม่ เ่ช่น เพื่อนเรนคนนึงไม่ชอบให้ใครด่าว่าโง่ มันจะโกรธมาก
แต่สำหรับเรนแค่เคืองๆนิดหน่อยเดี๋ยวก็ลืม ขนาด เอี้ย อ่า อะไรมายังเฉยๆ ชิลๆมาก
แต่ช่วงนี้กลุ่มเรนฮิตคำว่า"พ่อมึงตาย"กันอยู่ เรนไม่ได้พูดหรอก คนอื่นในกลุ่มพูด (เพื่อน ก)
ส่วนใหญ่มันก็ไม่ได้คิดไรกันหรอก ด่าพ่อมึงตายมา ก็ด่าแม่มึงเศร้ากลับ พอขำๆ
เรนก็ไม่ชอบนิดหน่อย แต่ก็คิดได้ว่า พ่อแม่เราคงไม่เป็นอะไรเพราะคำพูดแค่นี้หรอกน่า
ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่ามันหยาบ (เพราะกลุ่มเรนมันแฮ้วๆฮ้าวๆกันอยู่แล้ว)
แต่มันคือ เพื่อนเรนคนนึงเค้าเป็นคนคิดมากมากกว่าคนอื่น (เพื่อน ข) แล้วก็ถือเรื่องพ่อแม่ด้วย
มันรักพ่อแม่มาก ก็เลยกลัวว่า ที่เพื่อนพูดๆกันอย่างนี้ก็เหมือนแช่งพ่อแม่มัน มันรับไม่ได้
เรนเอาเรื่องนี้ไม่ถามพ่อ พ่อก็เลยอธิบายเกี่ยวกับเรื่องจิตปรุงแต่งมานี่แหล่ะ
พ่อบอกว่าเรื่องคำหยาบๆน่ะ มันขึ้นอยู่กับเจตนาของคนพูด ว่าเค้าพูดด้วยเจตนาอะไร
ถ้าเป็นเพื่อนสนิทกัน เวลาทักทายกันว่า "เฮ้ย ไอ้สัด เป็นไงวะ" อย่างนี้ก็ไม่แปลก
เพราะเราปฎิเสธไม่ได้ว่า พอเราพูดมึงกูกับเพื่อนแล้วมันทำให้รู้สึกเหมือนสนิทกับเพื่อนมากขึ้น
(แต่ก็ไม่ได้เป็นกับทุกคนนะ) แล้วฝ่ายเราก็เข้าใจด้วยว่าที่เพื่อนพูดคำหยาบใส่ด้วยเจตนาที่จะ
แสดงความสนิทสนม หยอกล้อ แซวเล่น หรือเอาฮาๆ ฯลฯ
เพราะงั้นสำหรับคำว่า "พ่อมึงตาย"ที่เพื่อนกำลังฮิตกันอยู่เนี่ย สำหรับบางคนจะแรงมากนะ
แต่ถ้าดูจากเจตนาและนิสัยคนพูด(เพื่อน ก )แล้ว มันไม่มีอะไรที่จะต้องคิดมากเลย
เรนน่ะเข้าใจที่เพื่อน ข มันรับไม่ได้ แต่ไม่เห็นด้วยนิดหน่อยที่เค้าคิดอย่างนั้น
สถานการณ์เป็นประมาณว่า เพื่อน ก ด่าพ่อมึงตายใส่ทุกคน คนอื่นด่ากลับ ฮาๆ ไม่อะไรมาก
แต่พอเพื่อน ก ด่าเพื่อน ข ตอนแรกเพื่อน ข สะอึก หลายครั้งเข้ารับไม่ได้
เลยด่าแม่มึงตายใส่เพื่อน ก กลับ เพื่อน ก ก็แบบ "ทีมันด่าแม่กู กูยังไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย"
เพื่อน ก ก็เลยไม่คุยกับเพื่อน ข ประมาณว่า "ก็กูจะพูดแบบนี้ ไม่ชอบก็ไม่ต้องคุยกัน คนอื่นเค้าไม่เห็นมีปัญหา"
เพื่อน ข เลยซึมไปเลย เพราะมันก็อยากให้คุยกันเหมือนเดิม แต่ไม่พูดคำนั้นเท่านั้น
มาถึงจุดนี้ทุกคนคงจะคิดทางแก้ได้ 2 แบบ คือ
1.ให้เพื่อน ก เลิกพูด โดยที่มันเป็นคนพูดแรงโดยธรรมชาติ
2.ให้เพื่อน ข เลิกคิด โดยที่มันเป็นคนคิดมากโดยธรรมชาติ
โดยเรนเลือกข้อ 2 เพราะเหตุผลส่วนตัวที่ว่าสนิทกับเพื่อน ข มากกว่า
และโดนเพื่อน ก เคืองๆเรื่องคำพูดอยู่ สรุปก็คือ เพราะเพื่อน ข คุยง่ายกว่า เหอๆ
เรนก็เลยได้ไปคุยกับมันแล้วว่า อย่าไปสนใจม้านนน ปล่อยๆไปเห้อออออ
แต่ตอนนี้เพื่อน ข มีเรื่องให้คิดมาก เนื่องจากเรนไปพูดอะไรผิดๆอีก TvT
ก็ปรับความเข้าใจไปแล้ว แต่มันยังคิดมากอยู่นิดหน่อย จิตปรุงแต่งนี่รับมือยากจริงหนอ
ก็หวังว่าช่วงหยุดยาวนี้ ถึงมันยังคิดมากอยู่ แต่ก็ขอให้คิดไปในทางที่ดีละกันเนอะ
ปล1.อย่างแรกสำหรับเพื่อน ก และ ข และคนอื่นๆ ถ้าเกิดหลงเข้ามาอ่านเจอแล้วจำได้
ขอบอกเลยว่าไม่ได้มีเจตนาจะแฉพวกเธอแต่อย่างใด ที่เอาลงเพราะอยากรู้ว่าจะมีวิธีดีๆอื่นไหม
ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ ให้มันหมดลงซะที
ปล2.ขอบคุณคุณพ่อ ที่เสี้ยมสอนลูกคนนี้มามากมาย ยิ่งนึกมากเท่าไร ก็ยิ่งเจอแต่คำสอนของพ่อเท่านั้น
ปล3.จะสอบแล้วยังเวิ่นเว้ออยู่เล้ยย
ปล4.ไหนว่ากำลังบ้าความสวยความงามแล้วไหงไม่มีเอนทรี่เกี่ยวกับความสวยความงามเลยวะเนี่ยตู - -
*อีดิท
ถึง-ติ๊ิด-ซัง(ฮา) ขอบคุณมากสำหรับคอมเม้นยาวๆ(ที่เรนไม่คิดว่าจะได้รับ)นะจ๊ะ
แกคิดเหมือนเค้าเลยอ่ะ เรื่องไม่ใส่ใจ ไม่คิดมาก กับด้านชา อ่ะมันคนละอย่างก๊านน TvT
เพื่อน ก น่ะ ออกแนวไม่ใส่ใจมากกว่า ส่วนพวกเราน่ะ ไม่คิดมาก เนอะ?
ถึงเออชิน(ถึงเรนจะไม่รู้ว่าใครเม้นก็ตามฮาๆ) พอเธอเม้นบอกว่าเรนคิดมาก
เรนก็นึกได้เลยว่า เออว่ะ เขียนเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ ดูท่าเรนจะคิดมากจริงๆ เหอๆ
เห็นมั้ยถึงเรนจะดูเหมือนไม่คิดมาก ใช่ว่าจะไม่คิดอะไรเลยนะเว้ยย
